ธันวาคม 5, 2021

รวมที่ท่องเที่ยว

เติมพลังชีวิตด้วยการเที่ยว

ดูแลบ้านฤดูฝน

ดูแลบ้านฤดูฝน

ดูแลบ้านฤดูฝน ในช่วงหน้าฝนที่เป็นช่วงต้นไม้ดอกไม้ในบ้านเริ่มผลัดใบเขียวขจี นอกจากธรรมชาติสวยงามในช่วงหน้าฝนแล้วก็อาจมีปัญหาตามมาอยู่บ้าง หากใครอยากมีบ้านสวยอยู่สบายโดยไม่ต้องปวดหัวในช่วงหน้าฝนแล้วละก็ เรามีเคล็ดลับดูแลบ้านในช่วงหน้าฝนมาแนะนำ เพื่อให้หน้าฝนนี้หรือหน้าฝนไหนๆไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อสำหรับบ้านอีกต่อไปวางแบบบ้านให้ไม่ร้อน

การดูแลรางน้ำฝน ในเมื่อลมฝนเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่างแรกที่ต้องคิดถึงก็คือรางน้ำฝนที่มักจะมีเศษใบไม้กิ่งไม้ร่วงลงไปสะสมในช่วงฤดูร้อน ดังนั้นอย่าลืมตรวจตราทำความสะอาดไม่ให้มีอะไรไปอุดตันทางเดินของน้ำ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้น้ำจากหลังคาระบายไม่สะดวกจนบางครั้งเอ่อล้นย้อนไปท่วมตามรอยต่อของหลังคาและฝ้าเพดานจนที่พักอาศัยเสียหาย

พื้นระเบียง เมื่อฝนมาเยือนเราทีไร พื้นบ้านในส่วนที่โดนฝนไม่ว่าจะกลางแจ้งหรือแม้แต่รอบชายคาระเบียง หากไม่รู้แลให้ดีก่อให้เกิดปัญหาสำหรับเราได้ สำหรับระเบียงบ้านถ้าไม่มีการออกแบบเว้นร่องแล้วระบายลงพื้นชั้นล่างอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะทำให้น้ำขัง ยิ่งบ้านไหนมีเด็กๆและผู้สูงอายุแล้วอาจจะลื่นล้มหรือเกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนควรทำคือเว้นร่องน้ำ และเตรียมรับมือดูแลทางระบายน้ำด้านล่างให้ดี

ความปลอดภัยเป็นหลัก นอกจากจะใส่ใจในพื้นที่รอบๆของแบบบ้านแล้ว เรื่องความปลอดภัยนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด อย่าลืมตรวจดูปลั๊กไฟต่างๆว่ามีบริเวณใดที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำฝนบ้างหรือไม่ ส่วนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก็อย่าลืมเตรียมพร้อมที่จะย้ายปลั๊กและสวิตท์ไฟขึ้นที่สูงด้วย

ดูแลสนามหญ้า บ้านไหนจัดสวนหากมีเวลาว่างลองตื่นเช้าๆ หาเวลาออกมาเดินสำรวจสวนรอบบ้านๆ ตัดกิ่งไม้ที่ยาวจนอาจก่อให้เกิดอันตรายได้จากลมพายุ รวมถึงตัดหญ้าและทำความสะอาดจัดสวนไม่ให้รกเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์เลื้อยคลาน คว่ำภาชนะและวัสดุต่างๆที่จะทำให้น้ำขังอันจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ส่วนของทางเดินต่างๆในสวนก็ทำความสะอาดพวกคราบตะไคร่ต่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นหกล้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ

ห้องน้ำ แบบบ้านบางหลังก็ปลูกอยู่ในแหล่งที่มีน้ำใต้ดินเยอะ จากระบบจำกัดของเสียห้องน้ำที่เคยใช้ระบบที่มีแต่บ่อเกรอะและบ่อบำซึม ซึ่งเป็นคอนกรีตท่อกลม ยิ่งพอหน้าฝนมาเยือนน้ำใต้ดินเดิมอาจผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมาใหม่ ทำให้คราวนี้ทั้งกดและราดส้วมอย่างไรก็ไม่ลงสักที แนะนำว่าให้ใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปก็จะช่วยลดปัญหากวนใจเหล่านี้ลงได้เยอะเลย

ผนัง แน่นอนว่าความชื้นเป็นสิ่งที่มาพร้อมฤดูฝน นอกจากจะทำความเสียหายให้กับพื้นแล้วยังทำความเสียหายให้กับผนังบ้านด้วยเช่นกัน สีอาจถลอกและอาจเกิดเชื้อราได้ ปัญหานี้ต้องรอหมดฝนก่อนค่ะและต้องใจเย็นๆค่อยลอกส่วนที่ถลอกออกจากนั้นก็ทาสีใหม่

แต่งบ้านพร้อมรับหน้าฝน

แต่งบ้านพร้อมรับหน้าฝน

จัดห้องกลมกลืนไปกับสวน หากบ้านของใครมีห้องที่มีหน้าต่างจรดพื้นที่เรียกว่าซันรูม (Sunroom) ลองจัดห้องนั่งเล่นให้เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของสวนดูสิคะ เปลี่ยนมาใช้โต๊ะไม้แผ่นขนาดใหญ่ ประกอบกับโซฟาและหมอนอิงลายเก๋ สร้างสีสันด้วยการจัดดอกไม้สวยๆเข้าชุดกัน กลายเป็นอีกมุมเอกเขนกแสนสบาย

ผลิบานในห้องน้ำ คงจะเป็นการดีถ้ามีห้องน้ำที่ช่วยเติมความสดใสให้กับชีวิต ลองเลือกใช้คู่สีเหลือง-เขียวในการตกแต่งห้องน้ำดูค่ะ โดยใช้สีเหลืองทาที่ผนังและสีเขียวเป็นสีเน้นจุดเด่น เช่นผ้าบุเก้าอี้ ผ้าเช็ดมือ รวมถึงพรมเช็ดเท้าสีเขียว ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหญ้าผืนเล็กๆเลย

กราฟฟิกสนุกสนาน สำหรับไอเดียของการตกแต่งในฤดูฝน กุญแจสำคัญคือเรื่องสีจะต้องเป็นกลุ่มสีสดใสจากธรรมชาติ พื้นผิวเป็นแบบไม่มันวาว มีความเรียบลื่น อ่อนนุ่ม และเน้นลวดลายกราฟฟิก ใครอยากตกแต่งห้องด้วยตัวเองก็ลองหาวัสดุที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมาตกแต่งห้องก็ใช้ได้แล้วนะ

ลูกเล่นจากสี สีของพวกผลไม้ตระกูลเลมอน ส้ม มะนาว ก็เป็นกลุ่มสีสำหรับการตกแต่งบ้านในฤดูฝนค่ะ สีในกลุ่มดังกล่าวได้แก่ สีเหลือง สีส้ม และสีเขียวอ่อน เมื่อเพื่อนๆนำมาตกแต่งจริงให้ลองใช้สีเหล่านี้ในส่วนต่างๆของห้องกระจายตัวกันไป เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่นนี้จะทำให้รู้สึกสดใสเหมือนได้ดื่มน้ำผลไม้เปรี้ยวๆที่ทำให้สดชื่นอย่างไรอย่างนั้นเล

ธรรมชาติบนผืนผ้า ลองตกแต่งบ้านด้วยผ้าม่านบังแสงลูกไม้ หรืออาจปักใหม่ด้วยลวดลายดอก สำหรับมุมรับประทานอาหารสบายๆกลางบ้าน คู่กับแจกันลายสวย มองผ่านหน้าต่างเห็นต้นไม้เขียวชอุ่มชุ่มชื่น รับบรรยากาศดีๆในช่วงหน้าฝน

ข้อควรรู้ก่อนการทำฝ้า

ข้อควรรู้ก่อนการทำฝ้า ดูแลบ้านฤดูฝน

ขอเสนอแนวทางการเลือกวัสดุฝ้าเพดาน เพราะการบุฝ้าเพดานเป็นการปกปิดโครงสร้างของหลังคาสำหรับห้องที่อยู่ในชั้นบนและสำหรับในห้องทั่วๆไป ตามปกติแล้ว สายไฟฟ้า และท่องานระบบต่างๆ จะต้องเดินตามใต้คาน ฝ้าเพดานจึงเป็นตัวปิดความไม่สวยงามเหล่านั้น ดังนั้นการบุฝ้าเพดานจึงมีความสำคัญในหลายด้านสำหรับแบบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับแบบบ้าน การป้องกันเสียงจากห้องต่างๆ การป้องกันฝุ่นผงที่อยู่ตามสายไฟหรือท่องานระบบและจากร่องหลังคาหล่นลงมายังพื้นที่ใช้สอย ไปจนถึงเรื่องการลดความร้อนให้แบบบ้านที่ถูกส่งผ่านจากหลังคามายังภายในห้อง รวมไปถึงฝ้าที่เป็นวัสดุทนไฟก็สามารถช่วยป้องกันไฟได้ในระยะเวลาหนึ่งด้วย ที่นี้เพื่อนๆพอจะทราบกันคร่าวๆแล้วนะคะสำหรับประโยชน์ของฝ้า แต่จะเลือกอย่างไรในเมื่อวัสดุฝ้ามีมากมาย เรามีแนวทางในการเลือกมาแนะนำ

ไม้  ฝ้าเพดานที่ทำจากไม้มีความทนทานแต่ต้องตรวจสอบไม้ที่ไม่บิดงอ มีการนำไปใช้สำหรับแบบบ้านทั้งภายในอาคารและฝ้าชายคาภายนอกอาคาร ฝ้าเพดานไม้จะต้องระมัดระวังในเรื่องปลวกและแมลง ดังนั้นในการทำฝ้าเพดานไม้ภายนอกอาคารนอกจากจะตีเว้นร่องเพื่อเผื่อระยะการบิด การโก่งงอ ของแผ่นไม้แล้วยังจะต้องมีการติดมุ้งลวดกันแมลงเหนือฝ้าเพื่อป้องกันแมลงเข้าไปภายใน ซึ่งอาจจะทำให้ฝ้าเพดานเสียหายได้

แผ่นยิปซั่ม (gypsum board) มักใช้กับแบบบ้านโดยทั่วไป ซึ่งจะสังเกตได้ว่าฝ้าประเภทนี้จะมีลวดลายต่างๆ ให้เลือกมากมายหลายแบบ มีขนาดให้เลือกใช้หลายขนาด ต้องวางลงบนโครงเคร่า T-bar ทำให้สามารถยกฝ้าออกมาทำการซ่อมบำรุงงานระบบได้ด้วย มีทั้งแบบธรรมดา แบบทนชื้น ซึ่งจะใช้ในส่วนที่ต้องเจอความชื้นมากๆ เช่น ฝ้าระเบียงและฝ้าห้องน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการซ่อมบำรุงท่อ แบบทนความร้อน ซึ่งแบบนี้จะมีอลูมิเนียมฟอยล์ด้านหลังเพื่อป้องกันการส่งผ่านความร้อน แบบทนไฟ แบบนี้มีการเพิ่มเส้นใยพิเศษ จึงเหมาะที่จะใช้ในส่วนครัว หรือทางหนีไฟ และแบบลดเสียงสะท้อน ที่นิยมใช้ในห้องประชุม ห้องโฮมธียร์เตอร์ ซึ่งจะทำการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับเสียงโดยจะมีลวดลายฉลุลงไป แล้วบุด้วย Glass matt

ฝ้าระแนงไม้เทียม ฝ้าชนิดนี้มักจะคุ้นหูกันในชื่อฝ้าไม้เฌอร่าหรือไม้คอนวูด มีทั้งแบบเรียบและแบบมีลาย การผลิตก็คล้ายคลึงกันกับการทำวัสดุแผ่นเรียบแต่ที่เพิ่มเติมคือทำลวดลายให้เหมือนกับไม้จริงแต่คุณสมบัติที่ดีกว่าไม้คือไม่ติดไฟ ไม่บิดงอ ทนต่อปลวกและแมลง และที่สำคัญคือ มีราคาถูกกว่า ติดตั้งได้ง่ายและสะดวกกว่าไม้

ฝ้าระแนงไวนิล เป็นการขึ้นรูปเป็นแผ่นจากวัสดุประเภทเดียวกับที่ใช้ขึ้นรูปประตูหน้าต่าง ฝ้าชนิดนี้จะเป็นแผ่นๆ คล้ายฝ้าอลูมิเนียม ข้อดีของฝ้าไวนิลคือ มีความแข็งแรงทนทาน ไม่บิดงอง่าย มีความสวยงามเรียบร้อย สีไม่ซีดง่าย แต่ข้อเสียคือมีราคาสูง ดูภาพเพิ่มเติม อารียา โคโม่ บางนา-วงแหวนฯ

อะลูมิเนียม  ฝ้าเพดานที่ทำจากอลูมิเนียมจะมีความสวยงามแปลกตาสร้างลุคเก๋ไก๋ให้การตกแต่งภายใน มีลักษณะเป็นซี่ๆ คล้ายฝ้าเพดานไม้ ซึ่งเกิดจากการนำเอาซี่อลูมิเนียมมาเรียงกันแล้วประกอบเข้าร่อง แต่จะไม่มีซี่ห่างเหมือนฝ้าเพดานไม้ ข้อดีของฝ้าอลูมิเนียมนอกจากความสวยงามแล้ว ยังเป็นฝ้าที่ไม่ติดไฟอีกด้วย ฝ้าเพดานชนิดนี้มักจะพบเห็นได้ตามห้างสรรพสินค้า ไม่พบตามอาคารพักอาศัยเนื่องจากทำให้ร้อน มีราคาแพง และดูไม่อบอุ่นเป็นธรรมชาติ

กระเบื้องแผ่นเรียบหรือกระเบื้องซีเมนต์ใยหินแผ่นเรียบ (asbestos cement sheet) กระเบื้องแผ่นเรียบมีความทนทานต่อน้ำและความชื้น  ไม่ติดไฟ มีความทนทานต่อความยืดหยุ่นได้น้อยทำให้เวลาเกิดการบิดตัวจะแตกร้าวได้ง่าย เมื่อนำฝ้าเพดานมาวางต่อกันจะเกิดร่องที่ไม่ค่อยสวยงาม ฝ้าชนิดนี้สามารถทาสีน้ำหรือสีน้ำมันได้ตามความต้องการแต่จะต้องทาซ้ำหลายรอยเพราะเนื้อวัสดุจะดูดสี ฝ้าเพดานประเภทนี้มีราคาถูก ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้เนื่องจากมีวัสดุที่มีคุณสมบัติดีกว่ามาทดแทน

ออกแบบห้องครัวที่เหมาะสม

ออกแบบห้องครัวที่เหมาะสม

ครัวสะอาด เราก็ควรเริ่มกันตั้งแต่เก็บกวาดทั้งพื้น โต๊ะ หรืออ่างล้างจานในครัวทุกวัน รวมไปถึงหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องครัว คราบน้ำมันบนเตาและผนัง ฟังดูแล้วอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยากที่น่าเบื่อ แต่เราสามารถทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นเรื่องง่าย
การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์
เนื่องจากห้องครัวเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง อีกทั้งความชื้นในอากาศมักถูกดูดซับเข้าไปสะสมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเชื้อโรคได้ ดังนั้นวัสดุของเฟอร์นิเจอร์ที่ควรเลือกใช้จึงควรเป็นวัสดุที่ไม่ดูดซับความชื้น และควรติดบัวที่เคาน์เตอร์ด้านที่ติดกับผนัง หรือยกขอบเคาน์เตอร์เล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำไหลลงไปยังบริเวณเคาน์เตอร์ อีกทั้งยังควรเลือกวัสดุที่สวยงาม และมีความแข็งแรง ทนทานในการใช้งาน รวมถึงยังควรเลือกวัสดุที่มีรอยต่อน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรกติดค้างตามร่อง นอกจากนี้ยังสามารถกำจัดความชื้นในอากาศได้โดยการเปิดประตู หรือหน้าต่างบริเวณห้องครัว เพื่อให้แสงจากธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาไล่ความชื้นภายในห้องครัว และช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น

เลือกใช้วัสดุปูพื้นแบบไหนดี

พื้นของห้องครัวถือเป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง โดยควรเลือกวัสดุปูพื้นที่ไม่ทำให้ลื่นเวลาเปียกน้ำหรือมีคราบน้ำมัน สามารถทนทานต่อการขีดข่วนต่างๆ ได้ดีโดยไม่ทำให้เกิดรอยที่ไม่สวยงาม อีกทั้งยังควรเป็นวัสดุที่ไม่ดูดซับความชื้น สามารถทำความสะอาดง่าย ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีวัสดุที่นิยมใช้ในการปูพื้นของห้องครัว เช่น
– กระเบื้องเซรามิก เพราะเป็นวัสดุที่สามารถดูแลรักษาได้ง่าย แข็งแรง ทนทาน ไม่ดูดซึมน้ำ ทำให้รู้สึกเย็น แต่จะค่อนข้างลื่น
– หินธรรมชาติ เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้น เพราะไม่มีร่องสะสมความสกปรก ทำความสะอาดง่าย แต่มีความลื่นสูง
– วัสดุสังเคราะห์ เป็นวัสดุที่ผลิตมาจากยาง ไวนิล โพลียูริเทน ซึ่งสามารถทนความชื้นได้ดี ติดตั้งสะดวก และง่ายต่อการทำความสะอาด ที่สำคัญคือไม่ทำให้ลื่น

ท็อปเคาน์เตอร์

เพราะบริเวณท็อปเคาน์เตอร์เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ถูกใช้งานบ่อย จึงทำให้เกิดความสกปรกค่อนข้างมาก ทางที่ดีจึงควรหมั่นเช็ดถูทำความสะอาดเป็นประจำ โดยควรเลือกวัสดุท็อปเคาน์เตอร์ที่ง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งปัจจุบันก็มีวัสดุอยู่หลากหลายให้เลือก ทั้งกระเบื้องเซรามิก ซีเมนบอร์ด หินแกรนิต และหินสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นมาทดแทนการใช้หินแกรนิต ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาเรื่องรูพรุนที่มีส่วนในการดูดซับความชื้นของหินแกรนิตได้

อ่างล้างจานที่ดี

บริเวณที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด คงหนีไม่พ้น อ่างล้างจาน วัสดุที่นิยมใช้โดยส่วนมากจะเป็นสแตนเลสเคลือบโลหะหรือกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดคราบสกปรกได้ง่าย ดังนั้นหลังจากการล้างจานจึงควรล้างทำความสะอาดอ่างด้วย โดยเฉพาะบริเวณขอบยางรอบอ่างที่เป็นรอยยาแนวต่อกับท็อปเคาน์เตอร์และอ่างล้าง
สำหรับตำแหน่งที่เหมาะสมกับการติดตั้งอ่างล้างจานนั้น ควรเป็นบริเวณที่ใกล้กันกับหน้าต่าง เพราะจะช่วยให้สามารถระบายอากาศและความชื้นได้ดี นอกจากนี้บริเวณตู้ใต้อ่างล้างจานยังควรมีถังขยะไว้สำหรับทิ้งเศษขยะต่างๆ จากการล้างด้วย ส่วนตู้จัดเก็บจานชามก็ควรจัดให้อยู่ใกล้กันกับบริเวณอ่างล้าง เพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการจัดเก็บ

ออกแบบบ้าน มุมห้องอาหารที่ดี

สิ่งสำคัญสำหรับพื้นที่ในมุมห้องอาหารก็คือ ระยะในการเดินและนั่ง พื้นที่ในการจัดวางอาหาร และความต่อเนื่องกับห้องครัว สำหรับวิธีในการจัดวางพื้นที่สำหรับการรับประทานอาหารก็สามารถทำได้ง่ายๆ หากคุณชื่นชอบการดูโทรทัศน์เป็นพิเศษในระหว่างการรับประทานอาหาร แนะนำให้จัดวางโต๊ะในด้านแคบ (ด้านหัวโต๊ะ) หันไปทางโทรทัศน์ ก็สามารถทำให้มีจำนวนคนที่นั่งดูได้สะดวกมากกว่า

ควรมีส่วนเตรียมอาหารอยู่ใกล้ๆ สำหรับวางอาหาร เก็บเครื่องปรุง โดยอาจทำเป็นเคาน์เตอร์ หรือจัดวางด้วยตู้ที่มีบานปิดมิดชิดเพื่อความเรียบร้อยก็ได้

สำหรับขนาดของห้องรับประทานอาหารนั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวนคนนั่ง ครอบครัวโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะนิยมใช้โต๊ะขนาด 6 คน ซึ่งควรมีพื้นที่อย่างน้อย 16 ตารางเมตร แต่คุณเป็นคนที่มีเพื่อนมาร่วมวงรับประทานด้วยเป็นประจำ ก็อาจใช้โต๊ะที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือใช้โต๊ะเสริมก็ได้ตามความสะดวก

ที่สำคัญ ควรจัดให้มีพื้นที่รอบโต๊ะ (วัดจากขอบโต๊ะ) อย่างน้อยประมาณ 1.10 เมตร เพื่อให้สามารถเลื่อนเก้าอี้สำหรับการลุกและนั่งได้อย่างสะดวก

เพื่อความสะดวก ควรจัดให้โต๊ะอาหารอยู่ติดกับห้องครัว โดยอาจทำประตูปิดให้เป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นและควันฟุ้งเข้ามาในบ้านมากนัก แต่หากภายในบ้านของคุณเป็นห้องครัวรุ่นใหม่ที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทันสมัย และไม่ค่อยได้ใช้งานหนักๆ แบบครัวไทยดั้งเดิมมากนัก การจัดวาง layout ให้ส่วนรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับมุมครัวเลยก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารได้มากยิ่งขึ้น