ตุลาคม 3, 2022

รวมที่ท่องเที่ยว

เติมพลังชีวิตด้วยการเที่ยว

หน้าที่ของนักสืบเอกชน

หน้าที่ของนักสืบเอกชน

หน้าที่ของนักสืบเอกชน การสืบพฤติกรรมบุคคลในเรื่องของปมการชู้สาว หรือการสืบหาติดตามบุคคลหรือทรัพย์สินที่สูญหายหรือได้รับความเสียหายจากการฟ้องร้องดำเนินคดี แต่อีกมุมที่คนทั่วไปยังไม่รู้เกี่ยวกับนักสืบเอกชน คือ พวกเขาสามารถสืบหาข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์ต่อการลงทุน การทำธุรกิจ และการวิเคราะห์ความเสี่ยงในเรื่องต่างๆได้อีกด้วย อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ

บทบาทหน้าที่ของนักสืบเอกชนที่ได้รับความนิยมมี 2 ประเภท

บทบาทหน้าที่ของนักสืบเอกชนที่ได้รับความนิยมมี 2 ประเภท

1. การสืบติดตามคดีความ เพื่อหวังผลในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือค้นหาข้อเท็จจริงอันเกี่ยวเนื่องกับบุคคลและทรัพย์สินในคดีความต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การสืบหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี การสืบหาพยาน การสืบหาผู้กระทำความผิด ตลอดจนสืบหาทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีเป็นต้น ข้อดีของการใช้บริการนักสืบเอกชนสำหรับการติดตามคดีความคือ การทำงานในรูปแบบนี้ นักสืบจะทำงานโดยอิสระ หรือ ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการเร่งรัดคดี และสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้ได้บทสรุปเร็วที่สุด ไม่ยืดเยื้อ มีหลักฐานที่ชัดเจน แม่นยำ คดีความส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้บริการนักสืบเอกชนได้แก่ การฟ้องร้องหย่าร้าง เพื่อเรียกค่าเสียหาย และ การสืบหาตัวผู้กระทำความผิดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเร่งรัดในการนำผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีและชดใช้ค่าเสียหายนั่นเอง

2. การสืบเพื่อค้นหาข้อมูลจำเพาะของตัวบุคคลหรือองค์กรเพื่อใช้สำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การค้า การลงทุน หรือการขายกิจการถ่ายโอนทรัพย์สิน เป็นต้น ข้อดีของการใช้บริการนักสืบเอกชนสำหรับธุรกิจ สืบเนื่องจากในปัจจุบันเป็นยุคสมัยของการแข่งขันกันด้วยข้อมูลข่าวสาร การรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งย่อมได้รับชัยชนะร้อยครั้ง ข้อดีที่เด่นชัดของการใช้บริการนักสืบเอกชนสำหรับธุรกิจก็คือ นักสืบสามารถช่วยให้ท่านเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกต่างๆที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจได้ เช่น ข้อมูลของคู่แข่งขันทางธุรกิจ ข้อมูลของบริษัทคู่ค้า หรือข้อมูลของผู้ร่วมลงทุน เพื่อให้ท่านสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ข้อมูลที่ได้รับยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงวิธีการทำงานหรือกำหนดทิศทางของบริษัทได้อีกด้วย

หากพิจารณาจากปัจจัยข้างต้นแล้วเราจะเห็นว่าข้อดีของการใช้บริการนักสืบเอกชน นอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องของความสะดวกรวดเร็วในการเร่งรัด ติดตาม ปัญหาต่างๆแล้ว ความแม่นยำของข้อมูลหรือหลักฐานที่ท่านจะได้รับ ยังมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงคดีความและเชิงธุรกิจอีกด้วย เนื่องจากนักสืบเอกชนมีการทำงานที่ได้มาตรฐาน มีขั้นตอนการทำงานที่ดี รวมถึงมีทีมงานคอยสนับสนุนและตรวจสอบการทำงานเพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกด้วย

คนทั่วไปนิยมใช้บริการนักสืบเอกชน

1. ติดตามพฤติกรรม

การติดตามพฤติกรรม คือสายงานที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับแรกของนักสืบเอกชน เนื่องจากการติดตามพฤติกรรมส่วนใหญ่จะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และเรื่องส่วนตัวของผู้ว่าจ้างที่ไม่ต้องการเปิดเผยรายละเอียดให้กับคนทั่วไปได้รับทราบ อาทิ การติดตามพฤติกรรมชู้สาว การติดตามพฤติกรรมบุคคลใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวซึ่งมีท่าทีน่าสงสัยหรืออาจจะปกปิดความลับบางอย่างเอาไว้ ตลอดจนถึงการติดตามพฤติกรรมของหุ้นส่วนทางธุรกิจ ผู้ร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเหตุผลในการเฝ้าระวังเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งนั่นเอง

2. ตามหาทรัพย์สิน

การติดตามทรัพย์สิน เป็นเรื่องเร่งด่วนที่นักสืบเอกชนมักถูกใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากหากสืบทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้มากเท่าไร ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์ได้มากเท่านั้น ดังนั้นจึงเทียบไม่ได้เลยกับเงินเพียงเล็กน้อยที่ถูกแบ่งให้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ตัวอย่างในการติดตามทรัพย์สินที่ได้รับความนิยม อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ ที่พักอาศัย ที่ถูกนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการดำเนินการทางธุรกรรมต่างๆ ตลอดจนถึง ทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดซุกซ่อนหรือปกปิดไว้ เป็นต้น

3. ตรวจสอบการทำธุรกรรม

ก่อนที่จะตัดสินใจทำการซื้อ-ขาย ทรัพย์สิน หรือทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เรามั่นใจได้อย่างไรว่ากำลังไม่นำตัวเองเข้าสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สิน ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานต่างๆจึงเป็นงานที่มีความสำคัญ และต้องอาศัยขั้นตอนการตรวจสอบที่ได้รับมาตรฐานหรือผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย อาทิ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิ์การครอบครองอย่างถูกต้อง และการซื้อขายยานพาหนะ ที่จำเป็นต้องตรวจสอบประวัติความเป็นมา การจดทะเบียนถูกต้อง และหลักฐานการซื้อขายซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางกฎหมาย เป็นต้น ดังนั้นการใช้บริการนักสืบเอกชนจึงมีความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้อง ว่องไว เพื่อสร้างความสบายใจในการซื้อขายของลูกค้านั่นเอง

4. สืบหาข้อเท็จจริงทางคดีความ

หลักของการฟ้องร้องดำเนินคดี คือความแม่นยำ ฉับไว ไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากทุกวินาทีที่ท่านต้องเสียไปอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นไปตามลำดับ ดังนั้นการเร่งรัดเพื่อปิดข้อพิพาทต่างๆอาจไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากเราสามารถอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในเรื่อง พยาน หลักฐาน หรือคำให้การที่เป็นประโยชน์ ก็สามารถสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นนักสืบเอกชนจึงมักได้รับความนิยมให้ทำงานคู่ขนานไปกับการสืบสวนของเจ้าพนักงานอีกด้วย

5. ค้นหาข้อมูลของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์

ในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมทางโลกออนไลน์เริ่มสร้างผลกระทบอย่างมากมายทางสังคม เพราะมิจฉาชีพมีพัฒนาการในการหลอกลวงผู้ตกเป็นเหยื่อด้วยวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดก็เป็นไปได้ยาก และต้องใช้ระยะเวลา ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใช้บริการนักสืบเอกชนที่มีความสามารถในการสืบค้นข้อมูลเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะมีความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงตัวผู้กระทำความผิดได้แล้ว ผู้ใช้บริการยังได้รับข้อมูลและหลักฐานเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีอีกด้วย ตัวอย่างของคดีความยอดฮิตบนโลกออนไลน์ประกอบด้วย การฉ้อโกงเงินในการซื้อ-ขายสินค้า การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ การหมิ่นประมาทโดยปราศจากความจริงเป็นต้น

หลักฐานที่สามารถเอาผิดในคดีชู้สาว

หลักฐานที่สามารถเอาผิดในคดีชู้สาว

ทราบหรือไม่ว่าปัญหาการนอกใจคู่สามีภรรยากำลังกลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนปัจจุบันที่พัวพันกับอุปกรณ์การสื่อสารอิเล็คทรอนิคส์มากขึ้น ทำให้ผู้คนมีโอกาสพบปะ ใกล้ชิดสนิทสนมกันง่ายขึ้นนั่นเอง จนสาเหตุนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา หากคู่สามี-ภรรยาท่านใด มีการจดทะเบียนถูกกต้องตามกฎหมายก็สามารถนำหลักฐานไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกันได้ หากคู่ใดอยู่กินกันโดยไม่มีข้อผูกพันการค้นหาความจริงเพื่อตัดสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำได้นั่นเอง บทความนี้จะมาช่วยไขข้อข้องใจว่าอะไรคือหลักฐานเด็ดที่สามารถใช้เผด็จศึกความเจ้าชู้ของผู้กระทำผิดนั่นเอง

1. ข้อมูลหลักฐานทางอิเล็กโทรนิคส์

ปัจจุบันหลักฐานหรือข้อมูลสื่อสารทางอิเล็กโทรนิคส์ ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นหลักฐานยอดฮิตที่ผู้คนมักใช้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดในชั้นศาลได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลักฐานเหล่านี้จะต้องถูกตรวจสอบให้แน่ใจจากผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนว่ามีน้ำหนักพอที่จะรับฟังได้ ถ้าหากได้รับไฟเขียวจากกระบวนการพิสูจน์หลักฐานแล้ว ข้อมูลต่างๆเหล่านี้ก็เป็นข้อเท็จจริงชั้นดีที่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำความผิดได้อย่างแน่นอน ตัวอย่างข้อมูลทางอิเล็กโทรนิคส์ที่สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้แก่ ข้อความเสียง ข้อความสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ตลอดจนถึงประวัติการใช้อุปกรณ์สื่อสารระหว่างคนสองคน เป็นต้น

2. ภาพถ่าย หรือ ภาพเคลื่อนไหว

หลักฐานที่ยืนยันการกระทำผิดได้ดีที่สุด คือภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว เพราะอย่างน้อยจะสามารถระบุได้ว่าผู้กระทำผิดได้เดินทางไปสถานที่นั้นๆ ในเวลาที่ระบุไว้จริง เป็นหลักฐานสำคัญที่อาจนำมาซึ่งองค์ประกอบสำคัญ หรือหลักฐานชิ้นอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นหลักฐานชุดนี้จึงได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมใช้กันมากนั่นเอง

3. หลักฐานการเข้าพักตามสถานที่ต่างๆ

หลักฐานชิ้นนี้อาจจะมีหรือไม่มีขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคล แต่ก็เป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ค่อนข้างมีน้ำหนักในการผูกโยงเรื่องราว และเหตุการณ์ต่างๆเข้าด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถมัดตัวผู้กระทำผิดได้เช่นกัน

4. หลักฐานธุรกรรมการเงิน

หากไม่รู้จะเริ่มสืบจากไหนก่อน สิ่งทีคุณควรมองหาคือเรื่องใกล้ตัวที่สามารถตรวจสอบได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือพฤติกรรมการใช้เงินของคนใกล้ชิดนั่นเอง อาทิ มีความผิดปกติในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือมีการโอนเงินหรือประวัติในการทำธุรกรรมที่บ่อยครั้งและมากจนผิดปกติ เป็นต้น หลักฐานชิ้นนี้ศาลอาจพิจารณารับฟัง หรือไม่รับฟังเป็นกรณีไป แต่ที่เห็นผลรวดเร็วทันใจคือเราสามารถทราบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนใกล้ชิดอย่างแน่นอน

5. หลักฐานการซื้อทรัพย์สินให้กับคนอื่น

หลักฐานประเภทนี้ มีความสำคัญหากผู้ฟ้องร้องมีความประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะบางส่วนอาจจะเป็นทรัพย์สินที่ได้มาร่วมกัน ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของผู้ร้องที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนั่นเอง

หากคุณกำลังพบอุปสรรคในการหาหลักฐานที่สำคัญดังที่กล่าวมานี้ สามารถปรึกษานักสืบเอกชนผู้ที่สามารถคลี่คลายทุกเรื่องให้กับคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความเสี่ยงของนักสืบ

1. มีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์ซ้ำซ้อนจนคาดไม่ถึง

ส่วนใหญ่การทำงานจะถูกจำกัดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ในการสืบหาข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้รับงาน และเพื่อความยุติธรรมสำหรับผู้ว่าจ้างนั่นเอง แต่บางครั้งสถานการณ์ต่างๆอาจไม่ได้ง่ายดายแบบที่คิด เพราะนักสืบอาจจะถลำเข้าไปรู้เรื่องบางสิ่งที่ไม่ควรรู้นอกเหนือภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั่นเอง อาทิ มีการว่าจ้างเพื่อรับงานติดตามพฤติกรรมแต่บางครั้งกลับเข้าไปมีส่วนพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับชีวิต จนอาจนำมาซึ่งการสูญเสียนั่นเอง

2. มีโอกาสถูกตลบหลังหากขาดความระมัดระวัง

สถานการณ์ต่างๆล้วนแต่มีความไม่แน่นอน ใครจะรู้ว่าจากสถานะผู้ติดตามอาจถูกเปลี่ยนเป็นผู้ถูกติดตามได้เพียงเสี้ยววินาทีโดยที่นักสืบไม่ทันรู้ตัว เหตุการณ์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในระดับต่างๆตั้งแต่เบาไปจนถึงหนักสุด อาทิ เสียทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกาย ตลอดจนถึงเป็นอันตรายต่อชีวิตเลยก็ว่าได้

3. มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

เรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากในงานนักสืบ เนื่องจากมีลักษณะงานที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือรับรองจากหน่วยงานใดๆ ทำให้การสืบหาข้อเท็จจริงต้องอาศัยหลักกฎหมายพื้นฐานเหมือนกับประชาชนทั่วไปนั่นเอง ด้วยปัจจัยเรื่องเงินเพื่อต้องการปิดภารกิจให้เร็วที่สุดเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย หรือเพื่อเป้าหมายในการมองหาภารกิจใหม่ส่งผลให้บางครั้งพวกเขาอาจต้องเลือกใช้วิธีการอันสุ่มเสี่ยงเพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ต้องการ อาจนำมาซึ่งปัญหาการฟ้องร้องในคดีต่างๆ อาทิ การละเมิดสิทธิ์ และ การได้มาซึ่งหลักฐานอันเป็นเท็จ เป็นต้น

4. มีผลกระทบต่อโอกาสทางสังคม และการใช้ชีวิตที่อาจผิดเพี้ยนไป

อาชีพนักสืบ เป็นอาชีพที่ต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตลอดเวลา บางคราก็ไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้แม้แต่ในกลุ่มญาติพี่น้อง เพื่อน หรือคนใกล้ชิดที่พวกเขาสนิทสนาม ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั่นเอง สาเหตุเหล่านี้ อาจนำมาซึ่งการสูญเสียโอกาสดีๆในชีวิต และการถูกยอมรับทางสังคมหรือคนใกล้ตัวอีกด้วย

5. มีความเสี่ยงทางด้านสุขภาพ ร่างกาย

การทำงานในลักษณะเดิมๆ ซ้ำๆ นานๆ ตลอดจนถึงมีตารางเวลาการทำงานไม่แน่นอน อาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้ชีวิตไม่สมดุลนั่นเอง เนื่องจากในการปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง นักสืบอาจต้องอยู่ในยานพาหนะหรือพื้นที่แคบๆเป็นระยะเวลานาน อาจจะต้องอดนอน อดอาหาร หรืออดทนกับการขับถ่ายที่ไม่เป็นปกติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายซึ่งอาจต้องแลกมาด้วยความเสื่อมของร่างกายในอนาคตนั่นเอง

จ้างนักสืบ เพื่อสืบอะไรบ้าง หน้าที่ของนักสืบเอกชน

มีหลายคนที่อยากจ้างนักสืบ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ตนต้องการสืบนั้นจะเหมาะกับงานสืบหรือไม่  มาดูกันว่าหลัก ๆ แล้ว นักสืบเขารับสืบอะไรกันบ้าง

  • การจ้างนักสืบ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมทางชู้สาว เรื่องราวของคนรัก หรือแม้กระทั่งคนในครออบครัว
  • การจ้างนักสืบ สืบหาหลักฐาน เช่น การหาหลักฐานว่าทำไมคนนี้รวย หาที่อยู่เพื่ออ้างอิง หรือจำนวนเงินในบัญชี การทำธุรกรรมทางการเงิน
  • การสืบประวัติ เช่น นายก.เป็นใคร เกิดเมื่อวันที่เท่าไหร่ บ้านอยูที่ไหน เบอร์โทรคือเบอร์อะไร

รวมถึงป้ายทะเบียน

  • การจ้างนักสืบ ไปสืบเกี่ยวกับเรื่องของประวัติการทำงาน เพื่อตรวจเช็คว่า คนั้นมีประวัติทางคดี หรือ เคยเกงหรือเปล่า ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ในองค์กร หรือคนใกล้ตัวได้เพื่อเป็นแนวทางป้องกัน หรือ เฝ้าระวังบุบลอันตราย
  • สืบหาหลักฐานเพื่อขอในการฟ้องหย่า หรือเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้อง ฟ้องคดีความต่าง ๆ
  • การจ้างนักสืบเพื่อตามหาผู้ร้าย หรือผู้ต้องสงสัยในคดีนั้น ๆ
  • การจ้างนักสืบเพื่อตามาหาคนหาย
  • การจ้างสืบ เพื่อตามหาข้อมูลเท็จจริง

แต่หากท่านเกิดความสงสัยว่า เราจะทำยังไงให้นักสืบดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว บอกได้เลยว่า เรื่องแบบนี้คงต้องพึ่งทางผู้ว่าจ้างด้วยเช่นเดียวกัน หากต้องการให้การสืบคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วนั้น ผู้ว่าจ้างต้องปฏิบัติดังนี้

  1. ผู้ว่าจ้างต้องพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับ และเรื่องส่วนตัว
  2. ผู้ว่าจ้างต้องเตรียมข้อมูลให้แน่ชัด หรือให้เหตุผลว่าทำไมต้องจ้างให้สืบเรื่องราวนั้น ๆ เช่น สืบคดีชู้สาว โดยฝ่ายภรรยาเป็นผู้ว่าจ้างให้นักสืบไปสืบสามี ผู้ที่เป็นภรรยาต้องมีข้อมูลให้ว่าทำไมต้องตามเรื่องนี้ สามีปฏิบัติตนแปลกไป หรือ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนเดิม เป็นต้น
  3. ต้องเตรียมข้อมูลเรื่องสถานที่ ว่าจะให้ไปสืบที่ไหน อาจระบุเป็น เขตอำเภอ จังหวัด เป็นต้น