ธันวาคม 5, 2021

รวมที่ท่องเที่ยว

เติมพลังชีวิตด้วยการเที่ยว

อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ

อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ

อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ นักสืบส่วนใหญ่ต้องได้รับการอบรม และฝึกสอนมาก่อน โดยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนที่จะออกปฏิบัติงานจริง คุณสมบัติของนักสืบเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง คุณลักษณะพิเศษคือต้องมีความอดทนสูง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี สุขภาพดี แข็งแรง ไม่แพร่งพรายหรือเล่าให้ญาติพี่น้องรับทราบ เก็บรักษาความลับให้ลูกค้า และเป็นคนช่างสังเกต เส้นทางการเป็นนักสืบเริ่มต้นไม่ยาก เพราะปัจจุบันมีบริษัทนักสืบเอกชนก่อตั้งขึ้นมามากมายนักสืบเอกชนคือใคร

 

อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ private investigator bangkok

ลักษณะงานของนักสืบ
งานของนักสืบก็คือการหาข้อเท็จจริง หรือในความเข้าใจของคนทั่วไปก็คือ การค้นหาความลับที่มีผู้ต้องการปกปิดซ่อนเร้นไว้ สืบพฤติกรรมบุคคลโดยเฉพาะเรื่องชู้สาว สืบหาข้อมูลคู่แข่งทางการค้าให้กับธุรกิจเอกชน เช่น มีการขโมยข้อมูลทางการค้า ขโมยรายชื่อลูกค้า หรือแผนการตลาดไปให้บริษัทคู่แข่ง สืบคดีที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เช่นการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าทุกประเภท อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น ลิขสิทธิ์เพลง ภาพยนตร์ ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานร่วมกับตำรวจ

ใครคือผู้ว่าจ้าง
ผู้ว่าจ้างนักสืบ ส่วนใหญ่ได้แก่เจ้าของธุรกิจ บริษัทห้างร้านที่เสียผลประโยชน์ จากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเสียผลประโยชน์ให้กับคู่แข่งทางธุรกิจ บุคลทั่วไป เช่น ภรรยาจ้างนักสืบ สืบพฤติกรรมสามี หรือสามีจ้างนักสืบสืบพฤติกรรมภรรยา นักการเมือง

รายได้ของอาชีพนักสืบ
อาชีพนักสืบจะได้รับสวัสดิการ เช่นเดียวกับพนักงานบริษัททั่วไปคือมีประกันสังคมให้ ส่วนรายได้อื่นๆขึ้นอยู่กับปริมาณงาน และลักษณะของงานที่มีความยากง่ายแตกต่างกัน นักสืบที่มีชื่อเสียงและมีผลงานเป็นที่ยอมรับ สามารถมีรายได้ตั้งแต่ 10,000 -1,000,000 บาท
อาชีพนักสืบ เป็นงานที่ท้าทายและมีความเสี่ยงสูง แต่ก็ยังเป็นอาชีพที่น่าสนใจของใครหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบความท้าทาย และชอบที่จะทำงานด้วยความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา

การแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ

การแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ

  1. ครอบครัวคนหายต้องตรวจสอบข้อมูลเพื่อเป็นการยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าคนหายได้หายออกจากบ้านไปจริงๆ โดยไม่มีกรณีสงสัยว่าติดธุระหรือไปที่อื่น ซึ่งเป็นเหตุให้กลับบ้านผิดเวลา โดยข้อมูลดังกล่าวควรตรวจสอบจากเพื่อนสนิทหรือคนที่คิดว่าจะทราบความเคลื่อนไหวของผู้หายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะขาดการติดต่อไป
  2. ควรตรวจสอบทรัพย์สินหรือสิ่งของสำคัญของผู้หาย ว่ามีการนำติดตัวไปด้วยหรือไม่ ตรวจสอบว่ามีการเก็บเสื้อผ้าหรือทิ้งหลักฐานอื่นๆ เช่น จดหมายสั่งลา ไว้ด้วยหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลและพยานหลักฐานในการยืนยันว่าผู้หายไปหายออกจากบ้านไปจริงๆ
  3. ควรลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนการหายไป และเหตุการณ์ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไป โดยครอบครัวอาจจะเขียนลำดับเหตุการณ์ลงในกระดาษ เพื่อง่ายต่อการเรียงลำดับเหตุการณ์อย่างเป็นขั้นตอนและชัดเจน อีกทั้ง เมื่อเวลาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจยังสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอ่านได้ทันที เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่สับสนและอาจจะตกหล่นไปในประเด็นที่มีความสำคัญ

ขั้นตอนการแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ

  1. พบพนักสอบสวนเพื่อให้สอบถามรายละเอียดและสอบปากคำผู้แจ้งเกี่ยวกับข้อมูลของคนหาย
  2. เสมียนประจำวันคดีลงบันทึกประจำวัน
  3. พนักงานสอบสวนมอบสำเนาบันทึกประจำวันให้แก่ผู้แจ้ง (ในกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่มอบสำเนาบันทึกประจำวันดังกล่าวให้ ผู้แจ้งความต้องร้องขอ)
  4. ให้ผู้แจ้งขอชื่อและหมายเลขโทรศัพท์มือถือของพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความไว้ด้วย สำหรับการประสานงานเพื่อสอบถามความคืบหน้า

แจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจไหนได้บ้าง

  1. สถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือท้องที่ที่พบผู้หายครั้งสุดท้าย
  2. สถานีตำรวจท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้หาย
  3. สถานีตำรวจทุกแห่งที่คาดว่าผู้หายจะอยู่ในท้องที่ดังกล่าว
  4. สถานีตำรวจท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของครอบครัวผู้หาย

ระยะเวลาที่สามารถแจ้งความคนหายได้

ปัญหาที่ครอบครัวคนหายพบเสมอในการแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ คือ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธการรับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่า คนหายยังหายไปไม่ถึง24 ชั่วโมง จึงไม่สามารถรับแจ้งความดังกล่าวไว้ได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะใช้ดุลพินิจในการไม่รับแจ้งความได้ ในกรณีที่ไม่สมควรแก่เหตุ เช่น การกลับบ้านคลาดเคลื่อนจากเวลาปกติที่เคยกลับเพียง 2–3 ชั่วโมง ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ เนื่องจากผู้หายอาจจะติดธุระหรือมีเหตุจำเป็นเรื่องอื่นจึงทำให้กลับบ้านช้ากว่าปกติ เป็นต้น ดังนั้นการแจ้งความคนหาย จึงสามารถแจ้งได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องหายไปครบ 24 ชั่วโมง แต่อย่างใด อีกทั้งถ้าเป็นกรณีเร่งด่วน เช่น เด็ก คนชรา หรือผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองหายออกจากบ้านไป สามารถแจ้งความเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที

บุคคลที่มีสิทธิไปแจ้งความคนหาย

บุคคลที่มีสิทธิในการไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ ตามระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีเรื่องคนหายพลัดหลงและประมวลวิธีพิจารณาความอาญา คือ บุคคลดังต่อไปนี้

  1. ผู้บุพการีได้แก่ บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย
  2. ผู้สืบสันดานได้แก่ ลูก หลาน เหลน ลื่อ
  3. ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล ของผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ
  4. สามี ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย
  5. บุคคลอื่นอาจจะไปแจ้งความคนหายได้ เช่น นายจ้าง หรือ ผู้ที่ดูแลบุคคลนั้นอยู่เป็นต้น

หมายเหตุ : กรณีคนหายมาเรียนหรือทำงานในจังหวัดอื่นตามลำพัง เพื่อนหรือนายจ้างของผู้หาย ควรแจ้งให้ครอบครัวของผู้หายทราบ เพื่อให้ครอบครัวของผู้หายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในภูมิลำเนาของผู้หาย

เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ

เอกสารของผู้แจ้ง

  1. บัตรประจำตัวประชาชน (หรือ)
  2. บัตรประจำตัวข้าราชการ (หรือ)
  3. หนังสือเดินทาง (กรณีคนต่างชาติ)
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน

เอกสารเกี่ยวกับคนหาย

  1. สำเนาบัตนประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน
  3. ภาพถ่ายคนหาย (ภาพที่ถ่ายไว้ล่าสุด ,มองเห็นชัดเจน)
  4. ใบสำคัญทางราชการอื่นๆ (ถ้ามี)

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สถานีตำรวจ

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สถานีตำรวจ อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ

กรณีตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความคนหาย

กรณีตำรวจไม่ยอมรับแจ้งความคนหาย โดยไม่มีเหตุอันสมควรนั้น ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะปฏิเสธการรับแจ้งความคนหายไม่ได้

ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนไม่ยอมรับแจ้งความคนหาย ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการแจ้งความ

กรณีตำรวจไม่มอบสำเนาบันทึกประจำวัน

การแจ้งความคนหายทุกกรณี ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาด้วยหรือไม่ พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความมีหน้าที่จะต้องให้สำเนาบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานกับผู้แจ้งด้วยทุกครั้ง ผู้แจ้งความจึงมีสิทธิในการเรียกรับสำเนาบันทึกการแจ้งความด้วยทุกครั้ง

หากผู้แจ้งความไม่ได้รับสะดวกในการแจ้งความคนหาย ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการแจ้งความ

กรณีตำรวจไม่ให้ความช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วนตามที่ผู้แจ้งความร้องขอ

กรณีคนหายในลักษณะเร่งด่วน เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือ กรณีที่คนหายมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายครอบครัวคนหายสามารถร้องขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการในการประสานงานเพื่อช่วยเหลือคนหายได้ โดยให้รีบแจ้งแก่พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความคนหายให้รีบดำเนินการดังกล่าว

หากพนักงานสอบสวนไม่ยอมดำเนินการให้ ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการขอความช่วยเหลือดังกล่าว

สิทธิในการขอให้พนักงานสอบสวนช่วยเหลือและขอเข้าพบผู้บังคับบัญชา

ผู้แจ้งความหรือผู้ที่จะเข้าไปติดต่อราชการที่สถานีตำรวจ ถือว่าเป็นผู้มีสิทธิในการที่จะได้รับการบริการอย่างเต็มที่และเต็มใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นประชาชนจึงควรได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจในอำนาจที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งหากไม่ได้รับความสะดวก ผู้แจ้งควรไปดำเนินการร้องทุกข์กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในระดับรองผู้กำกับการขึ้นไปในสถานีตำรวจนั้นๆ เพื่อให้ได้รับความสะดวกในการขอความช่วยเหลือดังกล่าว

เอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดิน

เอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดิน อาชีพนักสืบที่น่าสนใจ

เอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินเคยสงสัยหรือไม่ว่า เอกสารสิทธิที่ดิน มีกี่แบบ? ใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง? และดูอย่างไร? ในบรรดาที่ดินซึ่งประกาศขายอยู่ จะพบที่ดินซึ่งมีเอกสารสิทธิรับรองสิทธิในที่ดิน ได้แก่ โฉนดที่ดิน(น.ส. 4 จ.) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน(น.ส. 3 ก.) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน(น.ส. 3) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน(น.ค. 3) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน(ส.ป.ก. 4-01) ภาษีบำรุงท้องที่(ภ.บ.ท.5) ฯลฯ ครุฑเขียว, ครุฑดำ ,ครุฑแดง ที่เห็นเขาเรียกกัน เป็นเอกสารประเภทไหน ? ทีมงานนักสืบแห่งประเทศไทยได้รวบรวมข้อมูลเอกสารครอบครองที่ดิน ว่ามีอะไรบ้างเพื่อให้เกิดความเข้าใจเบื้องต้น และเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านครับ

ประเภทของเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดิน

แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑)คือใบแจ้งการครอบครองที่ดินเป็นหลักฐานว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แจ้งว่า ตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่ (แต่ปัจจุบันไม่มีการแจ้ง ส.ค.๑ อีกแล้ว) ส.ค.๑ ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิที่ดิน เพราะไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้เพียงแต่เป็นการแจ้งการครอบครองที่ดินของราษฎรเท่านั้น ถือว่าเป็นการโอนกันโดยชอบ ผู้มี ส.ค.๑ มีสิทธินำมาขอออกโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) ได้

ใบจอง คือหนังสือที่ทางราชการออกให้เพื่อเป็นการแสดงความยินยอมให้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินเป็นการชั่วคราว ซึ่งใบจองนี้จะออกให้แก่ราษฎรที่ทางราชการได้จัดที่ดินให้ทำกินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งทางราชการจะมีประกาศเปิดโอกาสให้จับจองเป็นคราว ๆ ในแต่ละท้องที่และผู้ต้องการจับจองควรคอยฟังข่าวของทางราชการ

หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หมายความว่า หนังสือรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้วให้โอนกันได้

หนังสื่อรับรองการทำประโยชน์มีทั้งหมด 3 แบบดังนี้

  • น.ส.๓ ออกให้แก่ผู้ครอบครองที่ดินทั่วๆ ไป ในพื้นที่ที่ไม่มีระวาง มีลักษณะเป็นแผนที่รูปลอย ไม่มีการกำหนดตำแหน่งที่ดินแน่นอน หรือออกในท้องที่ที่ไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ ซึ่งรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศยกเลิกอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินของหัวหน้าเขต นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ (นายอำเภอท้องที่เป็นผู้ออก)
  • น.ส.๓ ก. ออกในท้องที่ที่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ โดยมีการกำหนดตำแหน่งที่ดินในระวางรูปถ่ายทางอากาศ (นายอำเภอท้องที่เป็นผู้ออกให้)
  • น.ส. ๓ ข. ออกในท้องที่ที่ไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ และรัฐมนตรีได้ประกาศยกเลิกอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายที่ดินของหัวหน้าเขต นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแล้ว (เจ้าพนักงานที่ดิน เป็นผู้ออก)

ใบไต่สวน (น.ส. ๕)

ใบไต่สวน คือหนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดินเป็นหนังสือแสดงให้ทราบว่าได้มีการสอบสวนสิทธิในที่ดินแล้ว สามารถจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ ใบไต่สวนไม่ใช่หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ แต่สามารถจดทะเบียนโอนให้กันได้ เนื่องจากสมัยก่อนการที่กรมที่ดิน ออกสำรวจออกโฉนดที่ดินในท้องที่ใด มักใช้เวลาเป็นปีกว่าจะออกโฉนดได้ ทำให้ราษฎรเกิดความเดือดร้อน เพราะระหว่างที่โฉนดยังไม่ออกราษฎรไม่สามารถทำการโอนที่ดิน หรือนำที่ดินไปจดทะเบียนสิทธิ์อื่นได้ กฎหมายจึงกำหนดให้ใบไต่สวน เป็นหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดิน ที่จะจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมใด ๆ ได้เช่นเดียวกับโฉนดที่ดิน แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปทำให้เจ้าพนักงานสามารถออกโฉนดที่ดินได้ทันที ในทางปฏิบัติหากมีการออกสำรวจ เจ้าหน้าที่ก็สามารถแจกใบไต่สวน และโฉนดที่ดินได้เลยพร้อม ๆ กัน

หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3)

เป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์สำหรับสมาชิกนิคม ที่ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเองโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเกินกว่า 5 ปี โดยเมื่อได้ น.ค.3 มาแล้ว ตามมาตรา 11 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 บัญญัติว่าสามารถนำ น.ค.3 มาขอโฉนดที่ดินได้ โดยโฉนดที่ดินที่ออกจากหลักฐาน น.ค.3 ถูกกำหนดห้ามโอนเป็นระยะเวลา 5 ปี เว้นแต่ตกทอดเป็นมรดก

โฉนดที่ดิน (น.ส.๔)โฉนดที่ดิน คือหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดินปัจจุบัน นอกจากนี้ยังรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” ซึ่งออกให้ตามกฎหมายเก่า แต่ก็ถือว่ามีกรรมสิทธิ์เช่นกัน ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ถือว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นอย่างสมบูรณ์เช่น มีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดิน มีสิทธิจำหน่าย มีสิทธิขัดขวางไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินโดยมิชอบด้วยกฎ หมาย ซึ่งโฉนดที่ดิน หรือ (น.ส.๔) ก็ยังแบ่งย่อยเป็นอีก 6 แบบคือ โฉนดที่ดินแบบ น.ส.๔ ก, โฉนดที่ดินแบบ น.ส.๔ ข, โฉนดที่ดินแบบ น.ส.๔ ค, โฉนดที่ดินแบบ น.ส.๔, โฉนดที่ดินแบบ น.ส.๔ ง และโฉนดที่ดินแบบ น.ส. ๔ จ