ธันวาคม 5, 2021

รวมที่ท่องเที่ยว

เติมพลังชีวิตด้วยการเที่ยว

เลือกหลังคาแบบไหนดี

เลือกหลังคาแบบไหนดี

เลือกหลังคาแบบไหนดี เกราะป้องกันความร้อนจากแสงแดดของบ้านก็คือหลังคา ในสภาพอากาศร้อนจี้ชวนไหม้เกรียมขนาดนี้ การเลือกใช้วัสดุและโครงสร้างเพื่อช่วยป้องกันความร้อนจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ

หลังคาบ้าน เป็นชิ้นส่วนที่ได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์มากที่สุดของตัวบ้าน หน้าด่านแรกป้องกันไอร้อนก่อนจะถ่ายทอดความระอุลงสู่พื้นที่ภายใน ฉะนั้นแล้วเราจึงควรใส่ใจกับการเลือกใช้วัสดุแผ่นหลังคาตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบก่อสร้าง เพื่อลดการสะสมอุณหภูมิที่อยู่ในหลังคา บรรเทาการถ่ายเทความร้อน และช่วยเพิ่มความเย็นสบายให้กับบรรยากาศของบ้านได้อีกด้วย

tip : คำว่า “ร้อนตับแตก” จริงๆแล้วมีที่มาจากลักษณะการมุงหลังคาบ้านด้วย “ใบจาก” ที่เรียงวางซ้อนอยู่เป็นตับ เมื่อเวลาตอนที่มันโดนแดดร้อนจัด ใบจากก็จะเริ่มขยายตัว ปริแตก เบียดกันจนเกิดเสียงดัง จนชาวบ้านนำมาพูดกันว่า “ร้อนจนตับแตก” แต่งบ้านให้ดีต่อสุขภาพ

เลือกหลังคาแบบไหนดี ?

รูปแบบหลังคา

รูปแบบหลังคา

เริ่มต้นด้วยลักษณะหลังคาที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เราขอแนะนำ “หลังคาจั่ว” รูปแบบสามัญพบเห็นอยู่ทั่วไป ความลาดเอียงที่ตอบสนองทั้งเรื่องการถ่ายเทน้ำฝน ยื่นชายคาป้องกันแสงแดด ช่องลมทรงสามเหลี่ยมเพื่อระบายความร้อน และพื้นที่อากาศใต้ผืนหลังคาจะทำหน้าที่เป็นเหมือนฉนวนช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้ามาภายในห้องโดยตรง

โครงสร้างหลังคา

โครงสร้างหลังคา ทำหน้าที่พยุงรับน้ำหนักหลังคาทั้งผืนเอาไว้ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความร้อนเข้าบ้านโดยตรง เน้นคุณสมบัติความแข็งแรงทนทานกับสภาพอากาศเสียมากกว่า ซึ่งโครงสร้างหลังคาที่นิยมใช้กันมี 2 ประเภท คือ

  • โครงหลังคาไม้ : ปกติวัสดุไม้ก็หายากราคาแพงอยู่แล้ว ยิ่งโครงหลังคาบ้านใช้ไม้เบญจพรรณประเภทไม้เนื้อเเข็ง ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นอีก ต้องระมัดระวังเรื่องไม้ที่ยังไม่แห้งสนิทหรือไม่ได้รับการทาน้ำยากันปลวกตามกำหนด จะทำให้โครงหลังคาไม้เสียหาย ผุกร่อน บิดงอ ก่อนเวลาอันควร ข้อดีคือเมื่อโชว์โครงสร้างแบบเปิดฝ้า จะเห็นโครงหลังคาไม้สวยงามดูเป็นธรรมชาติ
  • โครงหลังคาเหล็ก : ได้เปรียบเรื่องความสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้าง ราคาถูกกว่าหลังคาไม้ นิยมใช้โครงหลังคาเหล็กรูปพรรณ หรือเหล็กกล่อง เชื่อมเหล็กติดกันเป็นชุดแล้วยกขึ้นไปประกอบบนหลังคา ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบของโครงหลังคาเหล็กก็คือ เรื่องสนิมและเรื่องของรอยต่อเหล็ก ต้องควบคุมฝีมือของช่าง และตรวจเช็คการทากันสนิมให้ครบตามจุดที่กำหนด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมาให้แก้ไขยุ่งยากในภายหลัง

ในสภาพอากาศร้อนชื้น เรื่องความทนทานและอายุการใช้งานของโครงหลังคาทั้ง 2 แบบ ยังไมได้ให้ผลลัพธ์ความเหนือกว่าที่แน่ชัด เพราะขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และสภาพอากาศภายนอกที่เหมาะสม อย่างในพื้นที่บางขุนเทียนติดชายทะเล ก็อาจต้องเลือกใช้โครงหลังคาไม้เพื่อป้องกันสนิมกัดกร่อนจากไอน้ำทะเลหากเป็นโครงสร้างเหล็ก ยังไม่นับเรื่องงบประมาณ ความสวยงามจากการออกแบบว่าควรจะใช้โครงหลังคาแบบไหนถึงจะดีกับบ้านของเรา แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้วัสดุใดก็ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพ ทาน้ำยากันปลวก น้ำมันเคลือบสำหรับหลังคาไม้ และทาเคลือบกันสนิมสำหรับโครงสร้างเหล็ก เป็นการดีที่สุด

วัสดุมุงหลังคาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายให้เข้ากับสไตล์ของตัวบ้าน ซึ่งเราคัดตัวเลือกบางส่วนที่น่าสนใจ และน่าจะเหมาะกับบ้านเรามากที่สุดมาให้พิจารณากันดังนี้ครับ

กระเบื้องคอนกรีต หรือ กระเบื้องซีเมนต์ : หลังคาบ้านพักอาศัยที่หาซื้อง่าย แข็งแรงและสวยงาม แต่มีน้ำหนักมาก จึงควรใช้โครงสร้างที่มีความแข็งแรงเช่นกัน เพี่อรองรับน้ำหนักของตัววัสดุ อย่างหลังคาเหล็ก เป็นต้น

cementกระเบื้องดินเผา : นิยมใช้กับงานออกแบบท้องถิ่น เน้นลักษณะความเป็นไทย เป็นธรรมชาติ โบสถ์ ศาลาวัด เรือนไทย โดยการนำดินมานวดขึ้นรูปเป็นแผ่น นำไปเผาไฟแข็งตัวจนเสร็จออกมาเป็นแผ่นกระเบื้อง นำไปใช้งานได้ทั้งแบบดิบๆแบบไม่ทาน้ำยา และทาน้ำยาเคลือบเพื่อความทนทาน

home-building35กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือ กระเบื้องลอนคู่ : เทคโนโลยีปัจจุบันพัฒนาให้หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ส่วนใหญ่ไม่มีสารประกอบใยหินที่เป็นอันตรายแก่มนุษย์ผลิตออกมาใช้งานกันแล้ว แต่ยังคงความแข็งแรงทนทาน เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ราคาไม่แพง มีสีสันและลวดลายพื้นผิวให้เลือกเยอะ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ

fiberกระเบื้องเซรามิก : กระเบื้องฮอตฮิตสำหรับหลังคาบ้าน ด้วยพื้นผิวเรียบเนียนมันวาวยามกระทบแสงแดด สะท้อนสีสันเคลือบผิวชัดเจน เส้นรูปคลื่นลอนสวยงามสะดุดตา และคุณสมบัติสำคัญ ทนทานแสงแดดป้องกันความร้อนได้มากที่สุดเมื่อเทียบจากวัสดุที่กล่าวมาข้างต้น

กระเบื้องหลังคาแบบไหนป้องกันความร้อนได้ดีกว่ากัน ?

ถ้าคำนึงเรืองคุณสมบัติการป้องกันความร้อนเป็นหลัก คำตอบก็น่าจะเป็น กระเบื้องเซรามิก เพราะเนื้อกระเบื้องกักเก็บความร้อนน้อย คลายความร้อนได้เร็วกว่า แต่ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ กระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นวัสดุที่มีค่าการนำความร้อนต่ำคล้ายกัน (แต่ยังแพ้กระเบื้องเซรามิก) สามารถป้องกันความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพทั้งคู่

นอกจากชนิดของกระเบื้องที่เลือกใช้มุงหลังคาแล้ว การเลือกสีเคลือบผิวก็ช่วยได้ ให้เลือกใช้สีเคลือบแบบเซรามิก หรือสีทาหลังคาโทนอ่อน ผิวมันวาว เพราะดูดซับรังสีไว้น้อยกว่า และป้องกันความร้อนได้ดีกว่าสีมืดเข้มถึง 50%

ทริค : ในสมัยก่อนที่หลังคาบ้านส่วนใหญ่เป็นสีแดง ก็เป็นเพราะทำให้บ้านโดดเด่นสะดุดตาตัดกับผนังสีขาว เป็นสีคุณภาพดีที่ราคาไม่แพง โครงการหมู่บ้านจัดสรรจึงนิยมเหมาใช้ในโครงการ

แบบหลังคาบ้านยอดนิยม เลือกสไตล์ที่ชอบ

แบบหลังคาบ้านยอดนิยม เลือกสไตล์ที่ชอบ ออกแบบบริเวณบ้าน

การเลือกแบบหลังคาบ้านในยุคปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่า ไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากสถาปนิก ต่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่เกินขอบเขตข้อจำกัดของสถาปัตยกรรม หลังคาบ้าน ไม่เพียงแค่เป็นรูปทรงที่สามารถทำให้บ้านของคุณดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะกัดแดด กันฝน กันความร้อน หรือแม้แต่ความปลอดภัยต่อสภาพธรรมชาติ การเลือกแบบหลังคาบ้าน จึงมีความสำคัญ ไม่ต่างจากการตกแต่งด้านอื่นๆ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” ได้นำแบบบ้าน 7 แบบ สไตล์นิยมมาให้ดูกันเป็นตัวอย่าง ดูกันแล้ว ชอบแบบไหนมากที่สุด อย่าลืม แสดงความคิดเห็นกันด้วยนะครับ มาดูกันเลยทีละแบบ ดังนี้

1. หลังคาบ้าน ทรงจั่ว

เหมาะกับบ้านทั่วไป ทุกๆ ภูมิภาค ทุกๆ ประเทศ อาจเรียกได้ว่า เป็นแบบมาตรฐานที่นิยมใช้กันมาเนิ่นนาน หลังคาประเภทจั่วนี้ จะมีปัญหาการรั่วซึมน้อยมาก เนื่องจากมุมองศาของบ้าน ให้ความลาดเอียงเยอะเป็นพิเศษ เมื่อฝนตก ทำให้แรงของน้ำ กระจายสู่ชั้นล่างได้รวดเร็ว หากมีการรั่วซึมของหลังคา ก็สร้างปัญหาไม่มากนัก แต่จะมีข้อเสีย หากทิศทางลมขณะฝนสาด เป็นทิศทางที่หันเข้าสู่จั่วบ้าน อาจจำเป็นต้องติดตั้งหลังคากันสาดเพิ่มเติมหรือต่อเติมชายคาบ้าน ให้กว้างขึ้น และอาจเพิ่มกันสาดริมหน้าต่างห้อง ในกรณีที่มีห้องเปิดหน้าต่างด้านดังกล่าว มิเช่นนั้น เม็ดฝนอาจเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายเมื่อลมพัดแรง

2. หลังคาบ้าน ทรงปั้นหยา

หลังคาทรงปั้นหยา นิยมสูงในบ้านสไตล์ ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศไทย ทรงหลังคาจะมีมุมลาดเอียงน้อยกว่าทรงจั่ว ลักษณะของหลังคาจะครอบคลุมทุกทิศทางของบ้าน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น 4 ด้าน ซ้าย ขวา หน้า และ หลัง โดยส่วนบนสุดของหลังคา จะเป็นจุดยอดรวมของแต่ละด้าน ด้านต่างๆ มีลักษณะเป็นทรง 3 เหลี่ยม หันพิงเข้าหากัน สไตล์ดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านจัดสรร โครงการบ้านทั่วไป อาจเรียกได้ว่าเป็นแบบบ้านยอดนิยมเช่นกัน

3. หลังคาบ้าน มะนิลา

มะนิลา เป็นรูปแบบหลังคาบ้านที่เกิดจากการผสมผสาน ระหว่าง ทรงปั้นหยา และ ทรงจั่วเข้าด้วยกัน เป็นรูปแบบที่นำข้อดีทั้งสองสไตล์ มาประยุกต์ใช้ นิยมใช้กับบ้านสไตล์คันทรี่ บ้านร่วมสมัย ข้อดีของหลังคามะนิลาคือการป้องกันความร้อนที่ทำได้ดีกว่าหลังคาปั้นหยาและหลังคาจั่ว แต่แบบหลังคาจะมีความซับซ้อนและอาจก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมในช่วงรอยต่อหลังคาได้

4. หลังคาบ้าน ปีกผีเสื้อ

ปีกผีเสื้อ ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ เรียกตามแบบหลังคา โดยมีลักษณะหลังคาที่แหงนออกสองด้าน โดยด้านนอกเป็นมุมสูง ตรงกลางหลังคาจะเป็นมุมต่ำ ลักษณะคล้ายๆ กับ ผีเสื้อกำลังกระพือปีกเพื่อบิน ส่วนตรงกลางของหลังคา ทำเป็นรางน้ำ อาจให้เอนมาด้านใดด้านหนึ่ง สามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาประเภทอื่นๆ ให้ความเป็นโมเดิร์น ดูทันสมัย

5. หลังคา เพิงหมาแหงน

เพิงหมาแหงน ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ เรียกตามลักษณะท่าทางของสัตว์ เช่นเดียวกับปีกผีเสื้อ หมา หรือ สุนัข มักนั่งท่าแหงน เชิดหน้าขึ้นฟ้า ดูเท่ห์สง่างาม บ้านลักษณะดังกล่าว จึงให้ความเป็นโมเดิร์นทันสมัย เป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ร่วมกับวัสดุหลังคาเมทัลชีท ข้อดีของหลังคาชนิดดังกล่าวคือประหยัดงบประมาณ ทั้งงบวัสดุหลังคาและงบโครงสร้างหลังคา แต่ข้อเสียคือการป้องกันความร้อนที่ทำได้ไม่ดีนัก การออกแบบช่องระบายความร้อนส่วนผนังหรือพื้นที่ใต้หลังคามาทดแทน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

6. หลังคาบ้าน ทรงโค้งกลม

สำหรับหลังคากลม แน่นอนว่า ไม่สามารถใช้กระเบื้อได้ เนื่องจากแผ่นกระเบื้อง ไม่รองรับความโค้งงอ นิยมใช้วัสดุประเภท โลหะรีดลอน (Metal Sheet) วัสดุสังเคราะห์ทำจากไฟเบอร์กลาส หุ้มด้านหน้า ด้านหลังด้วยยางมะตอย หรืออาจเลือกใช้วัสดุแผ่นทองแดง ซึ่งสามารถขึ้นรูปดัดโค้งและสั่งผลิตได้ตามต้องการเช่นกัน หลังคาโค้ง ให้รูปลักษณะบ้านที่ดูแตกต่าง แต่ค่าใช้จ่ายสูง

7. หลังคาทรง Slab

ลักษณะหลังคา ที่ได้รับความนิยมสำหรับบ้านสมัยใหม่ ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ หรือแม้แต่บ้านทั่วไป บางท่านอาจเรียกว่า เป็นบ้านไม่มีหลังคา หลังคาเปลือย วัสดุที่ใช้ นิยมใช้ เป็นคอนกรีตเทหล่อในที่ เหมาะกับบ้านรูปทรงโมเดิร์น และ ทรอปิคอลโมเดิร์น สามารถใช้พื้นที่ของหลังคาให้เกิดเป็นประโยชน์ได้ หรือที่เรียกว่า ดาดฟ้า ปัจจุบันนิยมทำเป็นพื้นที่จัดสวนบนดาดฟ้า สวนนั่งเล่น รับลมเย็นๆ เหมาะกับลักษณะบ้านในสังคมเมืองมากที่สุดหลังคาบ้าน มีหลายรูปทรง มีหลายประเภท หากให้เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด ควรเลือกแบบหลังคาทรงสูงโปร่ง เพื่อให้เกิดองศาในการรับแสงแดดได้น้อยลง และมีพื้นที่ระบายอากาศใต้โถงหลังคา แต่หากผู้อ่านเลือกหลังคาทรงแบนเพื่อให้สอดรับกับบ้านสไตล์โมเดิร์น แนะนำศึกษาเรื่องฉนวนกันความร้อนและระบบถ่ายเทอากาศเพิ่มเติม เพื่อให้บ้านของเรามีความสวยงามไปพร้อม ๆ กับสภาวะอากาศที่น่าอยู่ครับ